การบำรุงรักษา รถกระบะรับจ้าง ตามระยะทาง

การบำรุงรักษา รถกระบะรับจ้าง ตามระยะทาง ถ้าพูดถึงการดูแลรักษารถยนต์แล้วคงขาดไม่ได้ในเรื่อง “การบำรุงรักษา รถกระบะรับจ้าง ตามระยะทาง” ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นและไม่ควรละเลย โดยทางผู้ผลิตรถยนต์นั้นได้กำหนดไว้ 2 ลักษณะ คือ

1.ระยะเวลา(เริ่มนับตั้งแต่วันออกรถ)

2.ระยะทาง(เลขไมล์ที่วิ่งใช้งานไป)

การนำรถตรวจเช็คนั้น หากคุณมีการใช้รถน้อย ก็ให้คิดจากระยะเวลา แต่ถ้าหากใช้รถเป็นประจำ ก็ให้คิดตามระยะทางที่ใช้งาน การนำรถเข้าตรวจเช็คบำรุงตามระยะทางที่กำหนดจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้รถ เพราะชิ้นส่วนต่างๆต้องมีการเปลี่ยน, ซ่อม หรือบำรุงรักษา ก็จะทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี เพื่อรถที่พร้อมใช้งานตลอดเวลาและสมรรถนะสูงสุด ดังนั้นเพื่อความเข้าใจมากขึ้น ในเรื่องการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ

ชิ้นส่วน ระยะเวลาในการตรวจ/เปลี่ยน สิ่งดีที่ได้รับ
น้ำมันเครื่อง ทุก 5,000 กม. หรือ 3 เดือน ทุก 10,000 กม. หรือ 6 เดือน เครื่องยนต์เงียบ, ลื่นขึ้น, กำลังอัดดีขึ้น, ชิ้นส่วนเกี่ยวกับ
ระบบหล่อลื่นคงทน, ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

หัวเทียน ทุก 20,000 กม. หรือ 12 เดือน การจุดประกายไฟเต็มประสิทธิภาพ เผาไหม้สมบูรณ์ทำให้
กำลังเครื่องยนต์มีเต็มที่ ซึ่งทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้

ไส้กรองอากาศ ทุกๆ 20,000 กม. หรือ 12 เดือน ส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับอากาศดี ทำให้การเผาไหม้
สมบูรณ์กำลังเครื่องยนต์เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้

แบตเตอรี่ 1 ปีครึ่ง ขึ้นไป การติดเครื่องยนต์ครั้งแรก เครื่องยนต์หมุนดีส่วนผสมเชื้อ
เพลิงดี เครื่องยนต์ก็จะติดง่ายการเผาไหม้สมบูรณ์ ก็จะประหยัดเชื้อเพลิงได้

น้ำมันเบรก ทุก 40,000 กม. หรือ 24 เดือน ส่งถ่ายกำลังเบรกดี การเบรกเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ไม่เกิดอาการ
เบรกจม ชิ้นส่วนทำงานเบรกคงทน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้

น้ำมันเกียร์ ทุก 40,000 กม. หรือ 24 เดือน การเคลื่อนไหมของเกียร์คล่องตัว เข้าเกียร์ได้ง่ายและเร็ว ส่ง
ถ่ายกำลังงานได้ดี เมื่อการส่งถ่ายกำลังดีก็ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้

ยาง ทุก 2 ปี หรือ 50,000 กม. ความมั่นคงในการขับขี่และควบคุมรถเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระยะเบรกน้อย ความเงียบของห้องโดยสารดี กำลังงานที่ส่งจาก
เกียร์หรือเฟืองท้ายเพื่อไปขับล้อดี ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง เนื่อง
จากยางยึดติดกับล้อสัมผัสกับพื้นถนน จะมีความฝืดน้อย ย่อม
ทำให้เกิดการสูญเสียกำลังงานไปกับแรงเสียดทานน้อย ทำให้
การเคลื่อนที่รถเป็นไปอย่างดีเยี่ยม ประหยัดเชื้อเพลิงได้

น้ำมันกันสนิมหม้อน้ำ ครั้งแรกที่ 160,000 กม. ครั้งต่อไปทุกๆ 80,000 กม. การหล่อเย็นของเครื่องยนต์เต็มประสิทธิภาพ, การรักษา
อุณหภูมิของเครื่องยนต์คงที่, สำหรับเกียร์อัตโนมัติที่จะต้องมีการ
ระบายความร้อนด้วยน้ำ ทำให้ระบบเกียร์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ การส่ง
กำลังได้เต็มที่ ก็จะทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้