ควีนทรงย้ำ “ความเข้าใจและยอมรับ” ในช่วงวิกฤติเบร็กซิต

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ตรัสว่าพสกนิกรของพระองค์ควรอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจและการยอมรับความเห็นต่าง ซึ่งแทบทุกฝ่ายตีความไปในทางเดียวกันว่า หมายถึงความขัดแย้งของบรรดานักการเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเบร็กซิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงร่วมงานเลี้ยงของสถาบันสตรีแห่งชาติ ( ดับเบิลยูไอ ) ที่เมืองนอร์โฟล์ก ใกล้กับพระตำหนักซานดริงแฮม ทางตะวันออกของอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยพระองค์ทรงเป็นสมาชิกของสถาบันแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2486 หรือนับตั้งแต่ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เจ้าหญิงเอลิซาเบธ
 
ทั้งนี้ พระองค์พระราชทานกระแสพระราชดำรัสในงานเลี้ยง มีใจความตอนหนึ่งว่า “ความท้าทาย” และ “โอกาสใหม่” เป็นภาวการณ์ที่กลุ่มคนทุกช่วงวัยในทุกยุคทุกสมัยต้องประสบและเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่หากมีใครทูลถามพระองค์ว่าจะทรงแก้ไขความยากลำบากที่ทรงเผชิญอย่างไร สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตรัสว่าพระองค์จะทรงพยายามอย่างสุดความสามารถโดยทดลองใช้ทุกแนวทางที่เป็นไปได้ แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์จะทรงเคารพคู่กรณีของพระองค์ และทรงขอให้อีกฝ่ายเคารพความคิดเห็นของพระองค์ว่าแม้มีความแตกต่างกัน แต่หากทั้งสองฝ่ายมี “ความจริงใจ” เป็นพื้นฐานที่จะ “ประนีประนอม” พร้อมทั้งมองการณ์ไกลร่วมกันได้แล้ว การฝ่าฟันอุปสรรคไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อไป

ขณะที่สื่อมวลชนในสหราชอาณาจักรแทบทุกแห่งตีความหมายจากกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ทันทีว่าหมายถึงความขัดแย้งทั้งภายในรัฐบาล และข้อพิพาทข้ามพรรคเรื่องข้อตกลงเบร็กซิตกับสหภาพยุโรป ( อียู ) ที่ใกล้ถึงกำหนดการพ้นสถานภาพอย่างเป็นทางการคือในวันที่ 29 ม..ค นี้แล้ว โดยหนึ่งในสื่อใหญ่อย่างเดอะ ไทม์ส พาดหัวหน้าหนึ่งในวันต่อมาว่า “ควีนทรงขอให้หยุดทะเลาะกันเรื่องเบร็กซิต” ด้านนายฟิลิป แฮมมอนด์ รมว.กระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร กล่าวว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงพระปรีชาสามารถ และทรงเป็นแบบอย่างแท้จริงของผู้ที่มองการณ์ไกลด้วยความรอบคอบ
 
อนึ่ง เนื้อหาตอนหนึ่งจากกระแสพระราชดำรัสซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานแก่พสกนิกร เมื่อวันคริสต์มาสปีที่แล้ว ระบุว่าแม้บุคคลมีความแตกต่างกันมากเพียงไหน แต่การให้เกียรติด้วยความนับถือซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่บุคคลพึงกระทำอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นก้าวแรกที่ดีเสมอเพื่อนำไปสู่การทำความเข้าใจอีกฝ่ายได้ดียิ่งขึ้น