วิธีตรวจสอบน้ำมันรั่ว ความผิดปกติของรถยนต์ รถรับจ้าง

วิธีตรวจสอบน้ำมันรั่ว ความผิดปกติของรถยนต์ รถรับจ้าง มาดูกันว่า วิธีตรวจสอบน้ำมันรั่ว มีกี่วิธีทำยังไงได้บ้าง อาการน้ำมันรั่วหยดใต้ท้องเป็นอาการที่เกิดได้กับรถทุกคันยิ่งเป็นรถที่มีอายุการใช้งานมานาน และยิ่งมีโอกาสที่ซีลยางต่างๆ จะเสื่อมสภาพและไม่สามารถกั้นหรือกันน้ำมันไม่ให้ไหลออกมาได้ นอกจากนั้นอาการน้ำมันรั่วอาจเกิดมาจากสภาพการใช้งาน เช่น อุบัติเหตุที่เกิดระหว่างการใช้งานรอยครูด รอยกระแทก ใต้ท้องรถ ก็ทำให้เกิดอาการน้ำมันรั่วซึมได้เช่นกัน

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าน้ำมันที่รั่วเป็นน้ำมันอะไร?

การที่เราจะรู้ได้ว่าเป็นน้ำมันอะไรที่รั่วก็ต้องช่างสังเกตกันนิดนึง เช่น ตำแหน่งที่มีรอยหยดของน้ำมันที่พื้นที่จอดรถให้ดูว่าตรงกับด้านซ้ายหรือด้านขวาของรถยนต์ หากมีรอยหยดอยู่ทางด้านขวาของรถก็สันนิษฐานได้ว่าเป็นน้ำมันเครื่องรั่ว สาเหตุอาจจะเกิดจากซีลอ่างน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ ปะเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องแตก ฉีกขาด เสื่อมสภาพ หรือซีลไส้กรองน้ำมันเครื่องไม่เข้าที่ไม่เข้าตำแหน่งหลังจากที่มีการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง

ส่วนด้านซ้ายของรถยนต์หากพบรอยหยดทางด้านนี้ก็สันนิษฐานว่าเป็นการรั่วจากระบบส่งกำลังหรือชุดเกียร์แน่ๆ ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากซีลเพลาขับฉีกขาด เสื่อมสภาพจนเนื้อยางแข็ง ปะเก็นอ่างน้ำมันเกียร์ หรือรั่วจากน็อตถ่ายน้ำมันเกียร์ ทั้งนี้ตำแหน่งเครื่องกับตำแหน่งเกียร์ในรถแต่ละประเภท แต่ละยี่ห้อก็จะต่างกันออกไป

สำหรับรถโตโยต้าทุกรุ่นเครื่องยนต์วางด้านหน้าขับเคลื่อนล้อหน้าจะอยู่ในตำแหน่งที่กล่าวมาแล้ว คือ เครื่องยนต์จะอยู่ด้านขวา ส่วนชุดส่งกำลังหรือชุดเกียร์จะอยู่ทางซ้าย แต่สำหรับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์วางด้านหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง ชุดเครื่องยนต์กับชุดเกียร์จะอยู่ในแนวเดียวกัน คือ อยู่ตรงกลางรถวางเป็นแนวเดียวกันไปทางด้านหลัง การดูรอยหยดของน้ำมันก็จะแยกยากขึ้นมาอีกนิดนึง เพราะจะหยดอยู่ตำแหน่งกลางรถซะส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์ก็ต้องใช้การสังเกตจากสีน้ำมันซึ่งน้ำมันแต่ละประเภทก็จะมีสีที่ต่างกันออกไป โดยมีวิธีการสังเกตสีแบบนี้

1. รอยน้ำมันที่รั่วเป็นสีใส่หรือขุ่นดำสันนิษฐานได้ว่าเป็นน้ำมันเครื่องรั่ว

2. รอยน้ำมันที่รั่วเป็นสีออกแดงเป็นน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

3. รอยน้ำมันเป็นสีใส่หรือขุ่นดำและมีความเหนียว,หนืดมากเป็นน้ำมันเกียร์ธรรมดา

4. รอยน้ำมันเป็นสีใส่หรือขุ่นดำและมีความเหนียว หนืดมากเป็นน้ำมันเฟืองท้าย

เมื่อพบอาการและพบรู้เบื้องต้นแล้วคำถามต่อมาคือ แล้วจะเกิดปัญหาหรือไม่?

ปัญหาที่จะเกิดตามมาหากว่าพบอาการน้ำมันรั่วนั้น ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับปริมาณที่รั่วของน้ำมันและระยะเวลาที่เกิดการรั่ว เพราะน้ำมันต่างที่กล่าวมานั้นมีคุณสมบัติเพื่อใช้ในการหล่อลื่นทั้งสิ้น ดังนั้นหากการรั่วมีปริมาณที่มาก ก็ย่อมส่งผลกับการสึกหรอของชิ้นส่วนที่น้ำมันหล่อลื่นอยู่แน่นอน และจะสึกหรอมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่รั่ว

แล้วจะขับหรือใช้งานได้หรือไม่?

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับปริมานของน้ำมันที่รั่วกับระยะเวลาที่จะทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอ ซึ่งหากน้ำมันที่รั่วมีปริมาณมากอย่างเห็นได้ชัด ประมาณว่านองเต็มพื้นก็ไม่แนะนำให้ขับขี่หรือใช้งานควรแจ้งช่างหรือติดต่อศูนย์บริการเพื่อนำรถเข้าตรวจสอบที่มาของรอยรั่วและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อเนื่องหรือบานปลาย ส่วนถ้าพบรอยรั่วเล็กน้อยเป็นรอยหยดไม่มากก็สามารถใช้งานได้ แต่ก็แนะนำว่าควรจะขับไปหาช่างหรือศูนย์บริการเพื่อทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนก็จะดีกว่าไม่ควรปล่อยให่รั่วไว้นานๆ

ที่กล่าวมาเป็นรอยรั่วจากน้ำมันหล่อลื่นซึ่งส่งผลกับความปลอดภัยอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องรั่วหรือน้ำมันเกียร์รั่วถ้าหากน้ำมันที่รั่วไปสัมผัสกับท่อเสียซึ่งมีความร้อนมากก็อาจเกิดอันตรายได้ แต่ข้อแนะนำและควรระวังเพื่อความปลอดภัยอีกอย่าง คือ น้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว หากพบอาการน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วซึ่งจะสังเกตได้ง่ายและชัดเจนมาก เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อมีการรั่วสิ่งแรกที่จะสังเกตได้คือ กลิ่น เมื่อได้กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงมากผิดปกติ สิ่งแรกที่ให้ทำคือดับเครื่องยนต์ทันทีหากมีการสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่ จากนั้นหลีกเลี่ยงประกายไฟหรือความร้อนและติดต่อศูนย์บริการทันที ส่วนสาเหตุที่น้ำมันเชื้อเพลิงรั่วก็ต้องตรวจสอบกันที่ตัวรถอีกครั้ง

ท้ายที่สุดเรื่องเกี่ยวกับน้ำมันรั่วผู้ใช้รถควรหมั่นสังเกตใต้ท้องรถและพื้นที่บริเวนที่ใช้จอดรถบ่อยๆ และจำวิธีการสังเกตน้ำมันที่หยดไว้บ้าง เพราะไม่ว่าจะรั่วจุดไหน บริเวณใด ก็ไม่ควรปล่อยไว้เพราะมีแต่จะเสียกับเสียมากขึ้น และอาจส่งผลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยด้วย